ชาวฮั่น หรือ ชาวฮัน

posted on 11 Mar 2014 12:21 by satanzat
เอนทรี่นี้อัพเป็นข้อมูลไว้เตือนตัวเองเฉยๆ
 ไม่เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูใดๆ
แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ"ทำการบ้านก่อนจะเอาลูกไปลง"
.
.
.
ว่าด้วยเรื่องคำว่า "ฮั่น" กับ "ฮัน"
 
เนื่องจากการ์ตุนเรื่องมู่หลานที่เคยดูตอนเด็กๆ พากย์ไทยมันเรียกฝ่ายศัตรู(พวกชางหยู)ว่า "พวกฮั่น" ส่วนเสียงภาษาอังกฤษเรียกว่า "The Huns"

ก็ให้สงสัยว่าพวกฮั่นๆๆนี่มันคือใครวะ เพราะเรียนมาว่าประชากร80เปอร์เซนต์ของจีน"เป็นเชื้อสายฮั่น" ..หรือตามประวัติศาสตร์พวกมู่หลานจะแพ้แล้วพวกชางหยูยึดประเทศจีน?? #ไม่ใช่

★ หลังจากได้รีเสิร์ชทำการบ้านเกี่ยวกับประเด็นนี้มาอย่างจริงจังแล้วจึงขอนำความรู้มาแชร์ในบล็อก ไว้เตือนตัวเองเผื่อจะต้องโรลเพลย์เกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า
 
ชาวฮั่นเป็นใคร

ชาวฮั่น จีน: 漢族 (Hànzú ฮ่าน-สู) เป็นชาติพันธุ์หนึงในประเทศจีน (เหมือนที่ไทยของเราเดิมมีชาวล้านนา ขอม มอญ ไทยใหญ่ แล้วภายหลังรวมเป็นคนไทย)  วิกิให้ข้อมูลไว้ว่าผลสำรวจจำนวนประชากรในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 พบว่า มีชาวฮั่นราว 1,200 ล้านคนอาศัยในประเทศจีน และนับเป็นกลุ่มชนชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย 

★ ชาวฮั่นถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หวงตี้ และอาศัยอยู่ในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทษจีนมากว่าห้าพันปีแล้ว จนกระทั่งจีนเริ่มเป็นปึกแผ่นในสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่น(ฉิน:221-206ปีก่อนคริสต์ศักราช ฮั่นตะวันตก:206BC-ค.ศ.220) ซึ่งสมัยนี้เองแหละที่มีคำเรียกว่า "ฮั่น" เกิดขึ้น ซึ่งมันหมายถึงกลุ่มชนที่มีลัทธิความเชื่อแบบลัทธิเต๋า
***หมายเหตุ ถ้านึกไม่ออกว่านานขนาดไหน มันมีมาก่อนยุคสามก๊กอีก (ยุคสามก๊ก:ค.ศ.220-280)

ในประวัติศาสตร์จีนเองก็มีการกล่าวถึงชาวฮั่นเอาไว้เยอะแยะ ในฐานะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด

★ จะขออนุญาตยกตัวอย่างในสมัยราชวงศ์เหนือ (ค.ศ.386-581 ซึ่งเป็นยุคหลังสามก๊ก(a.k.a ยุค16อาณาจักร) พอหมดราชวงศ์จิ้นตะวันตกที่อุตส่าห์รวมประเทศเป็นปึกแผ่นได้แล้ว ภาคเหนือของจีนก็กลับมาตีกันใหม่อีก ด้วยเรื่องชนเผ่าของยุค16อาณาจักร ..จนกระทั่งราชวงศ์เว่ยเหนือ(ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเผ่านึง)สถาปนาแคว้นเผ่ยวุ่ย ตั้งนครหลวงที่เมืองผิงเฉิงแล้วทยอยกวาดล้างกลุ่มอื่นๆยุติความวุ่นวาย สงครามแย่งชิงอำนาจจึงค่อยๆสงบลง บ้านเมืองจีนเกิดความสงบและมั่นคงขึ้นพักนึง

ในรัชสมัยเสี้ยวเหวินตี้ (孝文帝)ขึ้นครองราชย์(ค.ศ. 471 – 499) ได้มีการปฏิรูปการปกครอง ซึ่งทำให้เกิดการเร่งกระบวนการหลอมรวมทางวัฒนธรรมขนานใหญ่ ภายใต้นโยบาย ‘ทำให้เป็นฮั่น’ อาทิ การใช้ภาษาฮั่นในราชสำนัก ให้ชาวเซียนเปยหันมาสวมใส่เสื้อผ้าของชาวฮั่น หรือแม้แต่เปลี่ยนมาใช้แซ่ตามแบบของชาวฮั่น* เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้มีปฏิสัมพันธ์ความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มชนเผ่ากับชาวฮั่นมากขึ้น นอกจากนั้น ยังใช้วิธีการผูกสัมพันธ์ทางสายเลือดด้วยการแต่งงานระหว่างชาวฮั่นและเซียนเปย ขณะที่ในทางการเมืองก็เพิ่มปริมาณชาวฮั่นที่เข้ารับข้าราชการเป็นขุนนางมากขึ้น รวมทั้งยังหันมาใช้ระบบการบริหารบ้านเมืองตามระเบียบปฏิบัติของชาวฮั่น (quoteมา ดูเพิ่มเติมตรงนี้)

*เดิมทีแซ่ของชนเผ่าทางเหนือจะมีตั้งแต่ 2-3 ตัวอักษร เมื่อเปลี่ยนมาใช้แซ่ตามแบบชาวฮั่น
จะเหลือเพียงอักษรเดียว อาทิ ทั่วป๋า เปลี่ยนเป็น แซ่หยวน(元) ตู๋กูหรือต๊กโกว เปลี่ยนเป็น
แซ่หลิว(刘) ปู้ลิ่วกู
เปลี่ยนเป็นแซ่ลู่(陆) ชิวมู่หลิง เปลี่ยนเป็นแซ่มู่(穆)เป็นต้น
 
★ เพราะงั้น อย่างฮัวมู่หลานนี่ก็ถือว่าใช้แซ่แบบฮั่น คือแซ่พยางค์เดียว ชื่อมู่หลาน แซ่ฮัว
หรือหลี่ชางก็ใช่ ชื่อชาง แซ่หลี่
 
.....งงไหม ทำไมคนในเรื่องมู่หลานที่จะฆ่ากันตายกับ"พวกฮั่น" ถึงได้ใช้แซ่แบบฮั่น
ข้าก็งง ข้าถึงไปหาเพิ่มแล้วถึงได้พบว่า
ไอ้"พวกฮั่น"ที่เขาเรียกกัน จริงๆแล้วมันไม่ใช่ชาวฮั่น แต่คือชาวฮัน
***"ชาวฮัน" ไม่มีไม้เอกนะคะ
 
 
แล้วชาวฮันเป็นใคร

เพื่อความไม่เวิ่นเว้อ ขออนุญาตC&Pจากวิกิมาให้ดูกันชัดๆ
★ ชาวฮัน (อังกฤษ: Huns) หรือ ชาวซฺยง (จีน: 匈人 ซฺยงเหริน) เป็นกลุ่มชาติพันธ์เร่ร่อนในทุ่งกว้างที่ปรากฏตั้งแต่เลยจากแม่น้ำวอลกาออกไปผู้โยกย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในยุโรปตั้งแต่ราว ค.ศ. 370 และมาก่อตั้งจักรวรรดิอันใหญ่โตขึ้นในยุโรป ชาวฮันอาจจะสืบเชื้อสายมาจากชาวซฺยงหนู (Xiongnu) ที่ในประวัติศาสตร์เป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตอนเหนือของประเทศจีนสามร้อยปีก่อนหน้านั้น และอาจจะเป็นชนกลุ่มแรกของกลุ่มชนเตอร์กิกที่อพยพข้ามทวีปยูเรเชีย ที่มาของภาษาฮันนิกเป็นหัวข้อที่โต้แย้งกันมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี ทฤษฎีล่าสุดกล่าวว่าอย่างน้อยก็ผู้นำของชาวฮันพูดภาษากลุ่มเตอร์กิก ความสามารถที่เด่นของฮันคือการยิงธนูจากหลังม้าที่กำลังวิ่งได้อย่างแม่นยำ



สรุป มู่หลานไม่ได้รบกับชาวฮั่นแต่รบกับชาวฮัน
ชาวฮั่น - ชาติพันธุ์เชื้อสายของประชากรส่วนใหญ่ในประเทศจีน
ชาวฮัน (ไม่มีไม้เอก) - ชนกลุ่มเร่ร่อนที่เป็นเพื่อนบ้านตอนเหนือของจีน ซึ่งในเรื่องมู่หลานชาวฮันนำโดยชางหยูได้ยกทัพลงมาตีจีน
 

Comment

Comment:

Tweet